Nintendo ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ “Creator’s Voice” ที่เกี่ยวกับ The Duskbloods เกม Multiplayer Action ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวสำหรับ Switch 2 โดยมีผู้กำกับคือ Hidetaka Miyazaki ซึ่งเราจะมาสรุปข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ The Duskbloods จากบทสัมภาษณ์นี้ให้เพื่อน ๆ ได้รู้กัน
The Duskbloods
ในแง่ของโครงสร้าง เกมนี้จะเป็นแนว PvPvE เน้นไปที่การเล่นแบบผู้เล่นหลายคนออนไลน์ โดยมีทั้งรูปแบบการเล่นแบบ Player vs Player และ Player vs Enemy
ตัวเอกของเกมจะถูกเรียกว่า “Bloodsworn” ซึ่ง Bloodsworn เป็นกลุ่มที่สมาชิกได้รับพลังเหนือมนุษย์จากพลังพิเศษของเลือด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพวกเขามีลักษณะคล้ายกับแวมไพร์ แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัวอย่างที่คุณอาจนึกถึงในแวมไพร์ทั่วไป โดยทางทีมพยายามดึงเอาแง่มุมโรแมนติกที่น่าสนใจออกมา เช่น เลือด และตีความใหม่เป็น Bloodsworn
ใน The Duskbloods เหล่า Bloodsworn กำลังแข่งขันกันเพื่อสิ่งที่เรียกว่า “First Blood” และขณะที่สังคมมนุษย์ถึงจุดจบ First Blood ก็หลั่งไหล จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่เรียกว่า “Twilight of Humanity” ในช่วงเวลาและสถานที่ต่าง ๆ มากมาย ด้วยเหตุนี้ The Duskbloods จึงไม่มีช่วงเวลาหรือสถานที่ที่แน่นอน ซึ่งตัวเกมจะมีความเป็นสไตล์โกธิกหรือวิกตอเรียนแบบดั้งเดิม
โดย The Duskbloods นั้นหมายถึงตัว Bloodsworn โดยตรง ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ Bloodsworn ถูกเรียกมายัง Twilight of humanity เพื่อต่อสู้แย่งชิง First Blood ดังนั้น “Duskbloods” เป็นคำเรียกรวมสำหรับตัวละครเหล่านี้ที่เราเป็นคนควบคุมนั่นเอง
ทั้งนี้ใน The Duskbloods เลือดถูกใช้ในเชิงแนวคิดมากกว่าความหมายตามตัวอักษร มันเป็นสัญลักษณ์ของธีมหลักอย่างหนึ่งของเกม ซึ่งก็คือประวัติศาสตร์ พลังที่ส่งต่อ ชะตากรรมที่สืบทอดมา และเครื่องหมายของผู้ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ของตนเอง
โดยเหล่า Bloodsworn จะมีความสามารถเหนือมนุษย์จากเลือดพิเศษ ดังนั้นการกระทำของพวกเขาจึงน่าตื่นเต้นมากกว่าสิ่งที่เคยเห็น แม้แต่การกระทำพื้นฐานของตัวละครในเกมนี้ เช่น การวิ่ง การกระโดดสูง และการกระโดดสองครั้ง ก็ได้รับการออกแบบมาให้มีความคล่องตัว และเสริมด้วยอาวุธ รวมทั้งความสามารถเฉพาะตัวของตัวละครแต่ละตัว ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้หลากหลาย
ซึ่งในเกมมีตัวละครมากกว่าสิบตัวให้ผู้เล่นเลือก โดยแต่ละตัวก็มีเอกลักษณ์และรูปลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ตัวละครแต่ละตัวยังสามารถปรับแต่งได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ผู้เล่นสนุกไปกับการสร้างตัวละครที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นตัวของตัวเองด้วย
ในด้านของเกมเพลย์ ตัวเกมจะมีพื้นที่ที่เรียกว่า “hub” ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้เล่นสามารถเลือกตัวละคร ปรับแต่งตัวละคร และเข้าสู่โหมดผู้เล่นหลายคนออนไลน์ได้ โดยในโหมดออนไลน์รองรับผู้เล่นสูงสุด 8 คน และจะได้รับรางวัลเมื่อกลับไปที่ hub
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการแข่งขันออนไลน์จะเป็นการแข่งขันหาผู้เล่นคนสุดท้ายที่รอดชีวิต อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่เงื่อนไขการชนะแตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นอาจได้รับมอบหมายให้ร่วมทีมเพื่อกำจัดบอสศัตรูที่แข็งแกร่ง หรือพบว่าตนเองอยู่ในสถานการณ์พิเศษอื่น ๆ ก็ได้
นอกจากนี้ ตัวละครแต่ละตัวสามารถเรียกสิ่งมีชีวิตมาช่วยในการต่อสู้ ทำให้ผู้เล่นมีอิสระในระดับสูงเมื่อต้องต่อสู้และเอาชนะ
ที่สำคัญใน The Duskblood เราสามารถปรับแต่ง “ประวัติสายเลือดและชะตากรรม” ของตัวละครได้ด้วย ทำให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ได้มากมาย ตั้งแต่ความสามารถ รูปร่างหน้าตา และลักษณะภายใน ไปจนถึงบทบาทที่พวกเขาเล่นในโลกและความสัมพันธ์กับตัวละครอื่น ๆ
และอีกประเด็นที่น่าสนใจของ The Duskblood ก็คือ “บทบาท” ในการเล่นออนไลน์บทบาทจะทำให้ผู้เล่นมีหน้าที่ความรับผิดชอบและวัตถุประสงค์พิเศษ ซึ่งมักจะนำไปสู่การโต้ตอบและความสัมพันธ์ที่ไม่ซ้ำใครระหว่างผู้เล่นตามบทบาทที่เกี่ยวข้อง
เช่น หากผู้เล่นมีบทบาท “คู่ปรับแห่งโชคชะตา Destined Rivals” ผู้เล่นอีกคนจะถูกกำหนดให้เป็นคู่ปรับ และพวกเขาจะได้รับมอบหมายให้ค้นหาและเอาชนะผู้เล่นคนนั้น การทำเช่นนี้ถือเป็นการบรรลุเป้าหมายส่วนตัว ซึ่งแยกจากเงื่อนไขชัยชนะโดยรวม เป็นต้น ซึ่งคล้ายกับการเลือกบทบาทของตัวเองในการเล่นเกม Table-Top RPG
ซึ่งใน The Duskblood เราจะมีตัวละครที่ทำหน้าที่เป็น Fire keepers เช่นในซีรีส์ Dark Souls เป็นตัวละครหนูมีปีก Winged Rat ที่จะคอยชี้นำเหล่าผู้เล่นอยู่ในพื้นที่ Hub ด้วย
แปลและเรียบเรียงจาก : gematsu.com
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่น ๆ ได้ที่ Online Station