วันที่ 3 เมษายน 1993 หรือวันนี้เมื่อ 32 ปีที่แล้วเป็นวันวางจำหน่ายของเกม Breath of Fire ภาคแรกบนแพลตฟอร์ม Super Famicom ที่ประเทศญี่ปุ่น และยังเป็นวันถือกำเนิดของซีรีส์ดังกล่าวอีกด้วย
โดยถ้าพูดถึง Capcom ที่เป็นหนึ่งในค่ายเกมชื่อดังจากญี่ปุ่น ภาพลักษณ์ที่มักปรากฏสู่สายตาเหล่าเกมเมอร์คงหนีไม่พ้นความเป็นเจ้าพ่อเกมแนวแอ็กชั่นและแนวไฟท์ติ้งกันเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากเกมที่มักได้รับความนิยมของค่ายนี้จะเน้นหนักไปในแนวที่ว่าซะเยอะ แต่หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่า Capcom ก็เคยทำเกมที่เป็นแนว RPG และได้รับความนิยมพอตัวอยู่ซีรีส์หนึ่ง ซึ่งก็คือ Breath of Fire นั่นเอง และในโอกาสที่วันนี้เป็นวันครบรอบ 32 ปีของซีรีส์ เราเลยขอพาเพื่อน ๆ ย้อนรำลึกความหลังกับเกมตระกูลนี้กันสักหน่อยครับ
(ล่าง) ปกและ Screenshot ของเกม Breath of Fire ภาคแรกบนเครื่อง Super Famicom
เกมตระกูล Breath of Fire นั้นถือกำเนิดขึ้นโดยบุคลากรสำคัญ 3 คน ได้แก่ คุณโยชิโนริ คาวาโนะ (Yoshinori Kawano), คุณโทคุโระ ฟุจิวาระ (Tokuro Fujiwara) และคุณมาโคโตะ อิเคฮาระ (Makoto Ikehara) ซึ่งใครที่ติดตามข่าวสารวงการเกมมาตั้งแต่ยุค 80 น่าจะคุ้นชื่อคุณโทคุโระ ฟุจิวาระ มากที่สุดแล้ว เนื่องจากเจ้าตัวก็เป็นผู้ให้กำเนิดซีรีส์ Ghosts ‘n Goblins หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ มาไคมูระ อีกซีรีส์เก่าแก่ของ Capcom นั่นเอง
(ล่าง) ปกและ Screenshot ของเกม Breath of Fire 2 บนเครื่อง Super Famicom
ซีรีส์นี้มีการทำออกมาแล้วทั้งสิ้น 6 ภาคหลัก โดย 2 ภาคแรกลงเครื่อง Super Famicom และมีการพอร์ตลง Game Boy Advance ในภายหลัง พร้อมกับปรับปรุงระบบเซฟเกมและกราฟิกเกมให้ไหลลื่นกว่าตัวต้นฉบับ ขณะที่ภาค 3 กับ 4 ได้เปลี่ยนมาลงให้กับ PS1 ซึ่งภาค 3 มีการพอร์ตลง PSP ตามมา และภาค 4 ก็มีการพอร์ตลง PC เป็นครั้งแรกของซีรีส์ด้วย ส่วนภาค 5 ที่ลง PS2 เป็นช่วงที่ตัวเกมเข้าสู่ยุคเสื่อมความนิยม กระทั่งภาคล่าสุดอย่าง Breath of Fire 6 นั้นลงให้กับสมาร์ทโฟน ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2016 แต่เสียงตอบรับจากผู้เล่นเอียงไปในทางลบอย่างหนัก คะแนนรีวิวเฉลี่ยใน Play Store ของสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ของเกมนี้ได้ไปเพียง 1.7 คะแนนเท่านั้น (เต็ม 5) ก่อนที่ Capcom จะตัดสินใจปิดระบบการให้บริการทุกอย่างของเกม Breath of Fire 6 ไปในวันที่ 27 กันยายน 2017
(ล่าง) ปกและ Screenshot ของเกม Breath of Fire 3 บนเครื่อง PS1
เนื้อเรื่องของซีรีส์นี้จะใช้ตัวละครเป็นแกนหลักอยู่ 2 คน ได้แก่ ริว เด็กหนุ่มผู้ที่สามารถแปลงร่างเป็นมังกรได้ และ นีน่า สาวน้อยผู้มีปีกอยู่กลางหลัง ซึ่งเนื้อเรื่องแต่ละภาคจะเป็นเอกเทศ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเท่าไหร่นัก โดยธีมของเกมจะเป็นสไตล์โลกแฟนตาซีที่มีกลิ่นอายของยุคกลางปนอยู่เล็กน้อย และพล็อตเรื่องแต่ละภาคจะค่อนข้างเป็นเส้นตรง ไม่มีฉากจบหลากหลายแบบเกม RPG อื่น ๆ บางเกม
(ล่าง) ปกและ Screenshot ของเกม Breath of Fire 4 บนเครื่อง PS1
ยอดขายของเกมซีรีส์นี้ เมื่อนับรวมทุกภาคจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2018 ปรากฏว่าสามารถทำไปได้ 3.2 ล้านชุด ซึ่งถือว่าน้อยหากเทียบกับซีรีส์อย่าง Resident Evil หรือ Monster Hunter ที่กวาดยอดขายในระดับ 4-5 ล้านชุดได้สบายๆ ภายในภาคเดียว โดยภาคที่ขายดีที่สุดของซีรีส์ Breath of Fire คือภาค 3 ในขณะที่ภาค 4 เป็นภาคที่ได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยจากสื่อและผู้เล่นสูงที่สุด
(ล่าง) ปกและ Screenshot ของเกม Breath of Fire 5: Dragon Quarter บนเครื่อง PS2
ย้อนไปในเดือนธันวาคมปี 2008 คุณเคย์จิ อินาฟุเนะ (Keiji Inafune) หนึ่งในทีมงานจาก Capcom เคยให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ 1UP.com ว่าทางบริษัทจำเป็นต้องหยุดพักการพัฒนาหรือทำภาคต่อของเกม Breath of Fire ไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากติดปัญหาด้านจำนวนบุคลากร รวมถึงการแข่งขันในตลาดเกม RPG ของโลกที่ค่อนข้างดุเดือด ต่อมาหลังจากที่ Breath of Fire 6 ประสบความล้มเหลวซ้ำอีก ทาง Capcom จึงตัดสินใจที่จะพักซีรีส์นี้ไปอีกยาว และไม่มีผู้ใดหยั่งรู้ได้ว่าอนาคตของ Breath of Fire จะเป็นอย่างไรต่อไปกันแน่
ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่น ๆ ได้ที่ Online Station