ครบรอบ 12 ปี BioShock Infinite หนึ่งในปรากฏการณ์แห่งวงการเกม

BioShock

วันที่ 26 มีนาคม 2013 หรือวันนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เป็นวันวางจำหน่ายของเกม BioShock Infinite พร้อมกันทั่วโลกทั้งบนคอนโซลและพีซี โดย Infinite ถือเป็นภาคลำดับที่ 3 ที่ได้คุณ Ken Levine ผู้สร้างซีรีส์นี้กลับมากำกับและเขียนบทอีกครั้ง หลังจากที่เจ้าตัวเคยกำกับและเขียนบทให้ BioShock ภาคแรกมาก่อน ซึ่ง BioShock ภาคแรกเคยถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์วงการเกม ไม่ว่าจะในแง่ของศาสตร์การเล่าเรื่อง, ธีม, การออกแบบโลกในเกม และเกมเพลย์

แน่นอนครับว่าภาค Infinite ก็ยังคงคุณภาพระดับเดียวกันไว้ได้ แถมยังต่อยอดการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนให้น่าติดตามและมีความตราตรึงยิ่งขึ้นไปอีก เรามาหวนรำลึกเกี่ยวกับเกมนี้ผ่านบทความนี้กันเลยครับ

เนื้อเรื่องของภาค Infinite จะเกิดขึ้นในปี 1912 โดยเล่าผ่านมุมมองของตัวละคร บุ๊คเกอร์ ดิววิตต์ ที่ถูกส่งลงมายังเมืองโคลัมเบียเพื่อชิงตัวหญิงสาวนามว่าเอลิซาเบธ ที่ถูกจับมาขังยังสถานที่ดังกล่าว ต่อมาทั้งคู่ก็ดันไปพัวพันกับสงครามระหว่างชนชั้นผู้ปกครองเมืองที่มีแนวคิดคลั่งชาติและเหยียดชาติพันธุ์ กับกลุ่มกบฎที่เปรียบเสมือนตัวแทนของชนชั้นแรงงาน ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นบุ๊คเกอร์ตลอดทั้งเกม ขณะที่เอลิซาเบธจะมีหน้าที่คอยสนับสนุน และเธอนั้นมีพลังพิเศษที่สามารถควบคุมห้วงเวลาได้ด้วย

และจากพลังพิเศษของเอลิซาเบธ ภาคนี้จะมีการเล่าถึงประเด็นจักรวาลคู่ขนานด้วยเช่นกัน แม้หน้าตาของพล็อตจะมีความซับซ้อนและลึกล้ำ แต่คุณ Ken Levine เลือกใช้กลวิธีการดำเนินเรื่องที่ลุ่มลึกและมีชั้นเชิงอย่างมาก ทำให้ผู้เล่นสามารถคล้อยตาม อิน และเข้าใจเนื้อเรื่องได้ไม่ยากนัก อีกทั้งโลกในเกมยังออกแบบได้สวยงามและแฝงสื่อสัญลักษณ์ตามสิ่งปลูกสร้างและผู้คนในเมืองอย่างแนบเนียนให้ผู้เล่นได้ตีความกันเพลิน ๆ

ทางด้านเกมเพลย์ยังคงเป็นชู้ตติ้งมุมมองบุคคลที่ 1 อยู่ โดยผสมผสานกับองค์ประกอบความเป็นแนว RPG เข้ามาบ้าง มีการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้อัปเกรดตัวละครและอาวุธให้เก่งขึ้น สามารถพกอาวุธได้สองชิ้นแล้วสลับกันใช้ได้ หากต้องการใช้ปืนชนิดใหม่หรือกระสุนไว้เติมก็ต้องหาดรอปจากศพศัตรูเอา นอกเหนือจากการใช้อาวุธปืนหรือการโจมตีระยะประชิดแล้ว ผู้เล่นเองก็สามารถใช้พลังพิเศษเพื่อโจมตีศัตรูได้ อาทิ ใช้สกิลยิงสายฟ้า หรือสกัดการเคลื่อนไหวของศัตรูด้วยการยกพวกมันลอยขึ้นกลางอากาศ เป็นต้น

ฝั่งของเอลิซาเบธที่เป็นผู้ช่วย นางจะถูกบังคับด้วย AI ซึ่งเราไม่ต้องห่วงว่านางจะวิ่งเข้าหากระสุนหรือหาเรื่องตุยเย่แบบงง ๆ ครับ ในทางกลับกัน เอลิซาเบธจะคอยช่วยโยนไอเทมให้เราเป็นระยะโดยเฉพาะในยามคับขัน แถมเธอยังช่วยเปิดห้วงเวลาหรือสะเดาะกุญแจบางประตูเพื่อค้นหาไอเทมจำเป็นแก่เราได้ รวมถึงมีเควสต์ย่อยและความลับหลายอย่างรอให้ผู้เล่นสำรวจโดยอาศัยความช่างสังเกตและไหวพริบในการไขปริศนาเช่นกัน

BioShock Infinite ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งเสียงตอบรับและยอดขายอย่างถล่มทลาย โดยทำยอดขายรวมทั่วโลกได้กว่า 11 ล้านชุด และได้คะแนนเฉลี่ยบน Metacritic สูงถึง 93-94 คะแนน (จากเต็ม 100 คะแนน) ตัวเกมมีความยากให้ปรับทั้งสิ้น 4 ระดับ ซึ่งความยากระดับสูงสุดจะปลดล็อคหลังจบเกมระดับความยากใดก็ได้ 1 รอบ หรือถ้าใครไปทางลัด เล่นระดับความยากสูงสุดเลยแบบไม่อยากเล่นจบสักรอบก่อน ก็ให้กดโคนามิโค้ดที่ฉากเมนูหลักดังนี้ (แม้ว่าเกมจะไม่ได้พัฒนาโดย Konami ก็ตาม)

  • บน PS3/PS4 ให้กดปุ่ม บน บน ล่าง ล่าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา วงกลม กากบาท
  • บน Xbox ให้กดปุ่ม บน บน ล่าง ล่าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา B A
  • บน PC ให้กดปุ่ม บน บน ล่าง ล่าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา ESC Enter

ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่น ๆ ได้ที่ Online Station

คำที่เกี่ยวข้อง

สมัครรับข่าว OS

คุณอาจสนใจเรื่องนี้